วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

วันนี้ผมต้องไปดูรถมือสองให้เพื่อนที่ตลาดรถย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา หรือชื่อถนนแบบเป็นทางการก็คือถนนประดิษฐ์มนูญธรรมนั่นเอง รถมือสองทีเพื่อนอยากได้นั้นก็คือ Toyota โคโรลล่า 3ห่วง เก่ามากเลยฮะ


พอดีวันนี้ผมต้องออกไปดูรถมือสองให้เพื่อนที่ตลาดรถย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา หรือชื่อถนนแบบเป็นทางการก็คือถนนประดิษฐ์มนูญธรรมนั่นเอง รถมือสองทีคุณเพื่อนอยากได้คือ Toyota โคโรลล่า 3ห่วง ค่อนข้างเก่ามากเลยฮะรุ่นนี้แต่ขอบอกว่าถ้าคุณตั้งงบซื้อรถไม่เกินหนึ่งแสนบาท เจ้าโตโยต้า Corolla สามห่วงตัวนี้มันน่าสนใจมากๆเลยครับ ครั้งนี้ผมก็เลยจะมารีวิวรถมือสองรุ่นนี้สักหน่อย มาเริ่มกันที่ชื่อของโฉมนี้เลยครับว่าทำไมพ่อค้าตามตลาดรถหรือคนทั่วๆไปถึงเรียกโคโรลล่ารุ่นนี้ว่า 3 ห่วง รถในตระกูลCorollaนั้นมีมาหลายเจนเนอร์เรชั่นมาก เพื่อให้คุยกันเข้าใจและสื่อสารกันได้ถูกต้อง คนค้าขายรถมือสองตามตลาดรถ ก็เลยต้องตั้งชื่อย่อยต่อท้ายCorolla ส่วนคำว่า 3ห่วงนั้นมาจากโตโยต้า Corollaรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทางToyotaทำการเปลี่ยนโลโก้ ซึ่งสัญลักษณ์ดังกล่าวก็ยังใช้จนถึงในรุ่นปัจจุบัน ไปดูกันเอาเองนะครับว่ามันเป็น สามห่วงตรงไหน รุ่นสามห่วงนั้นออกขายในเมืองไทยครั้งแรกในปีค.ศ.1992 วางขายจนถึงปีค.ศ. 1995 รุ่นทีวางขายในปี ค.ศ. 1992 นั้นระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นยังเป็นแบบคาบูเรเตอร์ ในปี ค.ศ.1993 นั้นเปลี่ยนเป็นระบบหัวฉีดอีเลคโทรนิค จำได้ว่า มีเครื่องอยู่3บล็อค คือ 1.3 1.5และ1.6 ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้เมติก ออฟชั่นเบสิคในรถยนต์ครอบครัวขนาดกลางในสมัยนั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ จะมีก็ เกียร์อัตโนมัติ กระจกไฟฟ้า พวงมาลัยเพาเวอร์ แค่นี้ก็ถือว่าหรูแล้ว ไม่ต้องไปถามถึงแอร์แบ็คหรือระบบป้องกันล้อล็อค(ABS) ออฟชั่นสองอันหลังที่ผมกล่าวถึงนั้น มีอยู่ในToyota Corollaรุ่นถัดไปซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรุ่นท็อป ในยุค90นั้นรุ่นนี้จัดว่าเป็นรถที่ยอดนิยมมาก ๆ ว่าไปแล้วToyota โคโรลล่ามันก็เป็นที่นิยมของคนไทยทุกตัวฮะ จนถึงปัจจุบันToyota Corolla อัลติส เพราะว่านิยมมาก ก็มีรถให้เลือกมาก จนถึงวันนี้อายุก็ปาเข้าไปร่วม ยี่สิบปีแล้ว แต่ก็ยังมีคนหาซื้อเจ้าสามห่วงอยู่ไม่น้อยเลยครับ รถเต้นท์ก็เยอะ รถบ้านสภาพเนียนๆก็ยังพอที่จะหาได้
อย่างเช่นวันนี้ทีผมต้องไปดูรถให้เพื่อน เป็นรถเต็นท์ ในตลาดรถแห่งนี้มีโตโยต้า Corolla จอดขายอยู่ประมาณ 3-4คัน เราก็ดูหมดทุกคันแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอรถคันที่ถูกใจ ผมก็เลยเปิดอินเตอร์เน็ตลองหารถบ้านดูซิเผื่อว่าจะมีที่น่าสนใจกว่ารถในตลาดรถแห่งนี้ ปรากฏว่าเจอทีน่าสนใจอยู่ประมาณ5-6คัน ราคาถูกกว่ารถมือสองที่ขายกันตามตลาดรถอยู่หลายตังค์เลยทีเดียว แต่มันก็ไม่สะดวกตรงที่แต่ละคันนั้นอยู่กันไกลเหลือเกิน คันที่เล็งไว้ว่าจะไปดูเป็นคันแรกอยู่แถวลำลูกกา คันต่อมาอยู่สำโรง วันนี้ก็เลยตัดสินใจกันว่าไปดูกันแค่สองคันก็คงพอเพราะว่าแค่เวลาที่ใช้ในการเดินทางก็คงใกล้หมดวันเต็มทีแล้ว ผมกับเพื่อนก็เลยออกจากตลาดรถย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา มุ่งหน้าไปลำลูกกาทันที ขับมุ่งหน้าไปรามอินทราแล้วเลี้ยวไปเข้ามอเตอร์เวย์สายอะไรซักอย่างที่ตรงไปถึงลำลูกกาเลยใช้เวลาไม่มากฮะ ประมาณชั่วโมงก็ถึงทางออกลำลูกกาแถวคลอง 4 แล้วครับ ไปถึงยังที่หมายที่นัดดูรถกันไว้ เจ้าของรถก็ออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี สภาพรถภายนอกนั้นถือว่าสวยมากเลยทีเดียว เป็นเพราะว่าเจ้าของรถเพิ่งสาดสีมาใหม่ทั้งคัน ทำอย่างดีด้วยครับ คือไม่สาดสีทับอีกชั้น ก่อนทำเจ้าของรถนั้นลอกสีเดิมออกก่อนครับทำให้สีนั้นยังบางทั้งคัน ภายในนั้นก็พอได้ครับผม อาจจะต้องมีการซ่อมกันเพิ่มเติมเล็กน้อย เบาะหน้าด้านคนขับนี้อย่างยุ่ย เท่าที่ประเมินดูใช้เงินฟื้นฟูด้านในไม่เกิน 5 พันก็ออกมาสวยงามเหมือนใหม่ครับผม ที่นี่ก็มาว่ากันที่สมรรถนะของรถยนต์กันนะครับผม ผมได้ลองขับอยู่ประมาณ 2-3 รอบ ใช้ความเร็วไม่มากนัก เพราะว่าขับอยู่ภายในหมู่บ้าน จริง ๆ แล้วอยากออกไปขับภายนอกแต่เจ้าของไม่อนุญาตครับผม ก็เลยขับแต่ในหมู่บ้าน ใช้ความเร็วสูงสุดที่ 60 กิโล /ช.ม. สภาพของเครื่องกับเกียร์นั้นไม่มีปัญหาอะไรครับ ถามเจ้าของรถไปเค้าก็ตอบมาว่าเครื่องกับเกียร์นั้นเพิ่งวางมาใหม่ยังไม่ถึงปีเลยฮะ ผมก็เลยขอดูเอกสารก็มีครบทุกอย่างแจ้งเปลี่ยนเครื่องและติดแก๊สลงเล่มทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัญหาของเจ้า 3 ห่วงคันนี้ที่หนักสุด ๆ ก็เห็นจะเป็นที่ระบบช่วงล่างครับ เพราะว่าด้านหน้าทั้งซ้ายและข้างขวามีเสียงดัง ส่วนด้านหลังผมคิดว่าน่าจะมาจากการที่เจ้าของรถเอาไปติดถังแก๊สมา ทำให้รู้สึกว่าด้านท้ายมันย้อย และเวลาขับมันยวบยาบไปหน่อย ถ้าเอาไปทำก็น่าจะหมดเงินอีกประมาณหนึ่งหมื่นบาทครับ เบ็ดเสร็จรวมค่าทำภายในก็ไม่เกิน1.5 หมื่นบาท ก็เลยต่อรองราคาไปที่ 7 หมื่นบาทจากราคาที่เจ้าของรถตั้งขายไว้ที่ เก้าหมื่นบาท ปรากฏว่าเจ้าของรถยอมตกลงตามที่เราเสนอไปครับ เอาแล้วซิ นัดไว้ว่าจะไปดูอีกหลายคันจะเอาคันนี้เลยหรือจะดู ๆ ไปก่อน ก็เลยต้องถามคนซื้อฮะว่าโอเคกับคันนี้หรือไม่ มันตอบทันทีครับว่าเอาคันนี้แหละ ผมก็ไม่ได้มีอะไรที่จะทักท้วง ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน ก็ในเมื่อคันนี้มันก็ราคาไม่แพงมากนักและก็เอาไปซ่อมอีกเพียงนิดหน่อยก็ขับสบายเสียงบไม่เกิน 8.5หมื่น ก็ถือว่าโอเค สรุปก็ตกลงซื้อคันนี้ครับ ทิ้งท้ายไว้นิดนะครับว่า รถรุ่นนี้ต้องดูให้ดี ๆ นะครับ ที่เป็นแท๊กซี่เก่าก็เยอะ เวลาซื้อก็ตรวจสอบให้ละเอียดหน่อยนะครับผม สุดท้ายก็ขอให้นักเลงรถมือสองโชคดีมีชัยได้รถมือสองดี ๆ ไปใช้กันทุกคนนะขอรับกระผม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น